หลวงพระบาง:วัดเชียงทอง  พระธาตุพูสี  May 23,2009
 
 ต่อจากเอนทรี่ก่อนหน้าค่ะ.. หลังจากกลับจากน้ำตกตาดกวางสีเวลาประมาณ บ่ายสามโมง..เราก็มาถึงวัดเชียงทองค่ะ...เอ่อ..เน้นว่าบ่ายๆแก่..แหะ แหะ..พ่อกับแม่ไม่บ่นสักคำ..ตื่นตาตื่นใจไปกับสิ่งที่ได้เห็นแต่เจ้าเจียวน้อยนี่เช่!..ร้อนโคตร....  เข้าวัดเข้าวาที่ไร ร้อนทุกทีสิน่า..
 
 
วัดเชียงทอง..เป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งในหลวงพระบาง สร้างในระหว่าง พ.ศ. 2102-2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้าง และ ล้านนา ก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงมายังนครหลวงเวียงจันทน์ไม่นานนัก วัดนี้ถือว่าเป็น “วัดประตูเมือง” และยังเป็นท่าเทียบเรือด้านเหนือ สำหรับการเสด็จประพาสทางชลมารถ ของกษัตริย์หลวงพระบาง
 
วัดเชียงทองจึงได้รับการอุปถัมภ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะ ในสมัยเจ้ามหาชีวิต ศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สอง พระองค์สุดท้ายของลาวด้วย นอกจากนี้วัดเชียงทองยังเป็นวัดหนึ่งที่รอดพ้นจากอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่ เผาผลาญเมือง ในปี พ.ศ.2430
 
สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ซุ้มประตูโขง พระธาตุ พุทธสีมา หอไหว้น้อย หอไหว้สีกุหลาบ หอไหว้หลังสิม หอกลอง หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
 
 
  
  เชิญชมภาพถ่ายวัดเชียงทอง ฝีมือกระเจียวกันค่ะ
 
 
 
 
 
ค่าเข้าวัดเชียงทอง ก็เหมือนเดิมค่ะ..เสียค่าปี้คนละ 20,000 kip/คน..(ประมาณ 80 บาทค่ะ)..เป็นวัดที่สวยจนอึ้งและทึ่งเหลือเกิน..แต่ด้วยฝีมืออ่อนหัดในการถ่ายรูปของกระเจียว..ก็ยืนเล็งแล้วแล็งอีกกว่าจะได้ถ่ายรูปซึ่งอยู่กลางแดดร้อนเปรี้ยงๆ ของบ่ายสามโมงวันที่ 23 พ.ค. 2552 ยืนอยู่นานสองนาน..ก็ไม่สามารถเก็บภาพได้ดั่งใจ..มียืนงงว่าจะยืนมุมไหนดี ฮ่าๆ... เพราะงกถ่ายรูป..อยากถ่ายไปซะทุกอย่าง..ก็เลยได้มุมมาอย่างเห็นภาพนี่แหละ ค่ะ....
 
 
 
จากการถ่ายรูปวัดเชียงทองนี้..เป็นครั้งแรกที่ กระเจียวคิดว่าอยากไปเรียนการถ่ายรูปให้มีความรู้ เรื่องมุม เรื่องแสง เรื่องการเล่นกล้อง..บ้างสักเล็กน้อย..มีใครอยากแนะนำเรื่องเล่นกล้องเชิญนะ ค่ะ..ยินดีจ๊าดหนั๊ก.. 
 
 
 
 
ภายในโบสถ์ค่ะ..
 
 
 
 
 
 
 
ภาพวาดที่สวยงามด้านหลังโบส์
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
 
 
 
พระบรมโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
 
 
 
 
นี่ลูกอะไรน๊า..อยู่ในวัดเชียงทองค่ะ..ทีแรกนึกว่า มะม่วง..ก็เดินผ่านไปเฉยๆ..แต่ตาเหลือบไปเห็นลูกก็ชะงักกึก..ลูกอะไรน๊อ.. หน้าตาประหลาดไม่เคยเห็นค่ะ..ยืนเดากันใหญ่ อย่ากระนั้นเลย..กระะจียวเดินไปถามคนขายปี้เลยค่ะ..ว่าลูกอะไรเขาอธิบายเป็น ภาษาลาวว่าลูก...หม๋อนไข่..  และ พยายามคิดภาษาไทยแทนเราอีกช่างน่ารักแต่นึกไม่ออก..ฮ่าๆ..เอาเป็นว่าเอาตาม สาวลาวล่ะกันค่ะ..เขาบอกว่าถ้าสุกแล้วข้างในจะสีเหลืองเหมือนไข่แดง..และ อร่อยมากๆ.. ชักอยากกินซะแล้วจิ..ในประเทศไทยน่าจะมีน๊ะ..ใครรู้จักบ้างค่ะ..ซื้อมาฝากหน่อยเช่..ฮิฮิ
 
 
 
ประมาณสี่โมงเย็น..เราตัดสินใจว่าพาพ่อกับแม่ไปพักผ่อนที่เรือนพักพูสี..เพื่อที่จะเก็บแรงไว้เดินขึ้นพระธาตุพูสีกันตอนห้าโมง ครึ่งตอนเย็นค่ะ..
 
หลังจากส่งพ่อกับแม่เสร็จ..ก็ว้าวๆ...ลั้นลาสุดฤทธิ์.. คนไฮเปอร์ อย่างกระเจียวมีหรือจะอยู่นิ่งๆได้..เลยเปลี่ยนใส่กางเกงขาสั้นเนื่องจาก อากาศร้อนมากๆ..เดินเล่นทั่วหลวงพระบางคนเดียว..สนุกจริงๆ..ฮ่าๆ..หาร้าน อินเตอร์เน็ตเล่นซะหน่อย คิดถึงเอ๊กซ์ทีนใจจะขาดแว้ว...อิอิ.. หา ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ เดินดูโน่น ดูนี่ไปเรื่อยๆ ก็เจอร้านเน็ตจนได้...ค่าเล่นเน็ต ชั่วโมงล่ะ ประมาณ 5000 kib ก็ประมาณ ยี่สิบบาทเอง..ฮิ้วๆ..ดีใจค่อดๆ..ไม่ต้องลงแดงตายแล้ว..ฮ่าๆ
 
 
 
 
ห้าโมงครึ่งตอนเย็น..วิ่งกลับมาจากร้านเน็ต..ฮิฮิ..เพลินไปหน่อย..มารับพ่อกับแม่ไปขึ้น พระธาตุพูสี.. บันได ทางขึ้นประมาณ338 ขั้นค่ะถ้าจำไม่ผิดน๊ะ..เป็นห่วงพ่อมาก..เพราะพ่อเจ็บเข่า(เข่าไม่ค่อยดีค่ะ)..เลยต้องขึ้นไป ช้าๆ..เอ๊า! ช่วยลุ้นป๊ะป่ากันหน่อย..อ้าว..บึ๊ดจั๊มบึ๊ด จั๊มบึ๊ดๆๆๆ..อิอิ..ป๊ะป๋าสู้สุ้...
 
 
 
 
แต่ในที่สุดก็ถึงค่ะ..ได้ไหว้พระธาตุพูสี..เพื่อเป็นศิริมงคล..กันถ้วนหน้า
 
 
 
 
และชมวิว เมืองหลวงพระบางได้ชัดเจนทุกมุมเชียวค่ะ..ภาพนี้ฟลุคมากๆค่ะ..กำลังจับภาพ วิวภูเขาสวยๆรอบๆหลวงพระบาง..พอดีเครื่องบิน..บินผ่านหน้าในรัศมีพอดี..ทั้งต๊กใจ ทั้งดีใจ และประหลาดใจ..หว๋า..ต้องมีสนามบินใกล้ๆแน่เชียว.
 
 
 
 
 
นี่งัยสนามบินหลวงพระบาง..เดินมาอีกมุมนึง..เจอจริงๆด้วย...ฮิฮิ
 
 
 
 
วิวสะพานข้ามแม่น้ำคาน..มองจากบนพระธาตุพูสีค่ะ..
 
 
 
 
เมืองหลวงพระบาง..จากมุมสูงค่ะ..
 
 
 
 
มุมนี้แม่น้ำโขงค่ะ..กำลังลุ้นพระอาทิตย์ตกดินกันอย่างใจจดใจจ่อ 

 
 
 
พระอาทิตย์ใกล้ตกสู่แม่น้ำโขงแล้วด้วย ..ฮิ้ว..เคยเห็นค่ะ..พระอ