May 25,2009 
 
ได้เวลาอำลา วังเวียง...ที่ทั่นพ่อ และ ทั่นแม่ เรียกกันผิดๆ ถูกๆ กันตลอดตั้งแต่ออกเดินทาง..
 
กระเจียวต้องคอยตอบคำถาม หรือแก้คำพูดให้ถูำกต้องตลอดทริปเพราะพ่อกับแม่ไม่ได้ทำการบ้านมาเลย
 
จำชื่อสถานที่กันไม่ได้สักที่  พ่อเรียก เวียงชัย บ้างล่ะ..  เวียงวัง..บ้างล่ะ
 
หนักสุด  ก็ วังเวง..กันไปเลย..เหอ เหอ..
 
 
จิบกาแฟลาวแก้วสุดท้าย..ที่วังเวียง พร้อมนั่งซึมซับบรรยากาศวังเวียง..เก็บไว้..ในความทรงจำ
 
 
โคล่ามารับตรงเวลาเป๊ะ 8.00 น...แต่เป็นงง ว่า เอ..ปกติโคล่า..จะ เซอร์วิส มายด์ ดีมากๆ
 
แต่วันนี้โคล่าไม่ได้ลงมาจากรถเลย..มีแต่ป๊ะป่าของโคล่ามาช่วยยกกระเป๋า..พอขึ้นรถก็หายสงสัย..
 
โคล่าน้อยของเรา..โดนไข้หวัดใหญ่..(ไม่รู้สายพันธุ์) เล่นงานซะแล้ว...แต่ก็ยังอุตส่าห์ถามทีมเราว่า..
 
"เป็นงัยครับ..วังเวียงสวยมั้ยครับ..นอนหลับสบายมั้ยครับ..เมื่อคืนฝนตกหนักเลยนะครับ.."
 
แล้วคุณพ่อโคล่า ..ก็พาเรา..เดินทางสู่เวียงจันทน์ โดยมีโคล่า..นอนฟุบอยู่หน้ารถเพราะคุมยาไว้..
 
แว๊ก.. "ทำมัยโคล่าต้องคุมยาด้วยล่ะค่ะ"..
 
คุณพ่อโคล่าบอกว่า.."ก็จะได้หายไข้ครับ..คุมยา..ก็คือ..กินยาไม่ให้เป็นไข้ครับ..."
 
อ้อ...เป็นเยี่ยงนี้นี่เอง...   นึกว่าโคล่ากลัวท้องซะอีก..ฮิ้วๆ
 
 
 
 
 
 
ถึงแล้วค่ะเวียงจันทน์
 
 

สถานที่แรกที่ไป คือ พิพิธภัณฑ์ พระธาตุหลวง..หรือ พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี  

เป็นโบราณสถานคู่ประเทศลาว...อายุกว่าพันปี..แล้วค่ะ

ไ้ด้มีการบูรณะโดยการสร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เก่า..สวยมากๆค่ะ

 ค่าเข้าชม คนล่ะ 5,000 Kip/คน ประมาณ 20 บาทค่ะ ไม่แพงเหมือนที่หลวงพระบาง.

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไหว้พระธาตุหลวง เพื่อเป็นศิริมงคลกันเรียบร้อย..
 
กรุ๊ปเราก็เดินทางไปสักการะ ศาลหลักเมือง ซึ่งคุณพ่อโคล่าบอกว่า ศักดิ์สิทธิ์มากๆ
 
ขออะไรก็ได้ บนอะไรไว้ได้หมด..คนไทยส่วนใหญ่มักจะไปขอลูกกันที่นี่สำหรับคนที่มีบุตรยากนะค่ะ.. 
 
แต่ขอแฟนอันนี้กระเจียวไม่ทราบไม่กล้าขอค่ะ..กลัวได้มาเยอะ เดี่ยวสับรางไม่ทัน..ฮ่าๆ ใครอยากลองเชิญเลยค่ะ..ฮิฮิ
 
 
 
ช่วงที่ไหว้ศาลหลักเมือง..ก็ท่องตามป้ายนี้เลยค่ะ..นั่่งท่องตั้งนาน..
 
แต่ว่า...ฮ่าๆ..อ่านถูกบ้าง ผิดบ้าง..ไม่รู้ว่าท่านจะเข้าใจ..และให้อภัยหรือเปล่า..
 
ลองแปลดูนะค่ะ..(ตั้งนะโม สาม เตื้อ)
 
"นะมะอะอุ  มะนะอุอะ  อะมันตะอุ  มะ สัมปันนา  ยาเมติ สุโพไมหัง  มาตาปิตุนัง อาปาเท วันทามิสาทารัง.."
 
คงไม่ถูกทั้งหมดหรอกค่ะ..ขออภัยเป็นอย่างสูง..
 
 
จากศาลหลักเมืองก็ไปที่ประตูชัย..เพื่อที่เราจะเอาเคล็ดกันค่ะ..เขาบอกว่าถ้าเดินผ่านประตูชัยเข้าไป..
 
แล้วเราจะไ้ด้มีแต่ชัยชนะ..ว่ะ ฮ่า ฮ่า. เดินผ่านไปแล้ว..ชนะได้ทุกอย่าง..จริงๆ
 
แต่แพ้อย่างเดียว..แพ้ใจตัวเอง..ฮิ้วๆๆ
 
 

ที่จริง ประตูชัยสร้างขึ้นเพื่อ เป็นที่ระลึกเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา

และเชิดชูบูชาดวงวิญญาณวีรบุรุษ วีรชนของชาติลาวทุกยุคทุกสมัยไว้เป็นแบบอย่างอันสูงส่ง

แต่ดวงวิญญาณเป็นสิ่งจับไม่ได้ มองไม่เห็นจึงได้สมมุติเอาเปลวไฟที่ใสส่องขาวสะอาด

คือตัวแทนของดวงวิญญาณให้เห็นประจักษ์ตา เป็นรูปธรรม

เวลาประกอบพิธีเคารพบูชาตอบแทนบุญคุณ ให้เหมือนกับว่าดวงวิญญาณปรากฎอยู่ต่อหน้า..เช่นนี้ล่ะคร้า..

 
 
 
 
 
จากประตูชัยโคล่าถามว่าอยากไปที่ไหนอีกมั้ย..ก็ยังพอมีที่เที่ยวอีก..ในเวียงจันทน์
 
แต่หอพระแก้วซึ่งเคยประดิษฐานพระแก้วมรกตของไทย..ปิดเวลา เที่ยง ถึง บ่ายโมงครึ่ง..
 
กระเจียวและคณะ จึงไม่สามารถรอชมได้..เพราะกลัวไม่ทันไปเช็คอินที่สนามบินอุดรธานี
 
จึงตัดสินใจอำลาประเทศลาว ณ.ตรงนี้..และต้องอำลาโคล่ากับคุณพ่อ ที่ขัวมิตรภาพฝั่งลาว
 
โคล่า พามาทัชดาวน์.. อิอิ..แปะมือ ส่งต่อให้รถตู้ ที่สามารถพากระเจียวถึงสนามบินอุดรฯได้เลย
 
โดยที่เราไม่ต้องข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ด้วยรถเมล์ชัตเตอร์บัส..กันเอง..ให้วุ่นวาย
 
ก็โอเค..โคล่าต่อรองราคาให้เรียบร้อย..ฝากฝั่งให้พาเที่ยว หนองคายต่ออีกนิด..เพราะมีเวลาเหลือนิดหน่อย
 
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา..มีพบย่อมมีจาก...ถึงเวลาอำลา โคล่า และ คุณพ่อ อย่างเป็นทางการแล้ว
 
คำอำลาจากกระเจียวในวันนั้น
 
"ขอบคุณมากนะค่ะ โคล่า ไม่สบายมากใช่มั้ย..หายไว ไวนะ พักผ่อนเยอะๆน๊ะ ทานน้ำอุ่นนะ..ทานยาด้วยนะ..ทานข้าวเยอะๆด้วย..จะได้อ้วนๆ..ผอมไปนะค่ะ..ดูแลตัวเองด้วย..เทคแคร์.." แง แง แง แง..
 
ทุกคนอำลาบ๊ะบายโคล่ากันเสร็จ..ก็ตอกบัตรออกจากลาว..ฮ่าๆ..แสตมป์พาสปอร์ตกันเรียบร้อยไม่ยุ่งยากอะไร
 
ไปเดิน Duty Fee ที่ลาวกันสักเล็กน้อย..แต่เนื่องจากอากาศร้อนมากๆ ตอนเที่ยงกว่าๆ..
 
กระเจียวก็ไม่อยากดู ไ